6 ข้อแตกต่างระหว่าง Harry Potter และ Fantastic Beasts and where to Find Them

NewNungHDพฤศจิกายน 23, 2016Views 1486

Fantastic beasts

หลังจากที่ตั้งกระทู้เกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ มาหลายกระทู้ มีเพื่อนๆ เขียนเกี่ยวกับเรื่องสัตว์วิเศษหลายคน วันนี้เลยเอามาฝากกันเป็นออเดิร์ฟก่อนนะคะ

6 ข้อแตกต่างระหว่าง Harry Potter และ Fantastic Beasts and where to Find Them

1. หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีตัวเอกแค่คนเดียว แต่มีถึง 4 คนด้วยกัน!
ตั้งแต่ที่เราได้ข่าวว่า Fantastic Beasts and where to Find Them จะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยอิงเรื่องราวจากหนังสือแยกเดี่ยวของ เจ.เค. โรว์ลิ่งในชื่อเดียวกัน บรรดาแฟนๆก็ต่างเข้าใจว่า Fantastic Beasts and where to Find Them คือการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ในการตามล่าหาสัตว์วิเศษของ นิวต์ สคาร์แมนเดอร์ เพียงคนเดียวแน่ๆ ทว่า เอ็ดดี้ เรดเมย์น นักแสดงนำของเรื่องได้กล่าวว่า “เรื่องนี้มี นิวต์ เป็นแกนกลาง เป็นตัวหลักของเรื่อง แต่จะมีเพื่อนร่วมผจญภัยด้วยอีกถึง 3 คน มันคือการผจญภัยของคน 4 คนต่างหาก” สำหรับตัวละครที่เพิ่มมาก็ได้แก่ ทิน่า (แคเธอรีน วอเตอร์สตัน), ควีนนี่ (อลิสัน ซูดอล) และ เจค็อบ (แดน โฟเกลอร์) นั่นเอง

2. หนังมีฉากหลังอยู่ที่นิวยอร์ค ปี 1926
หนังมีแพลนจะถูกทำให้เหมือนกับสารคดีการเดินทางตามหาสัตว์วิเศษทั่วโลกของ นิวต์ สคาร์แมนเดอร์ ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์มหัศจรรย์ และอสุรกายนานาชนิดที่ นิวต์ ต้องเผชิญหน้านั่นเอง บรรดาสัตว์ในโลกเวทมนตร์แทบจะกลายเป็นหัวใจหลักของเรื่อง และถิ่นที่อยู่อันลึกลับของพวกมันก็จะถูกเปิดเผยด้วยบรรดาเวทมนตร์ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าของนิวต์ แต่ในเมื่อหนังมีฉากหลังเป็นมหานครนิวยอร์คในปี 1926 อย่างแน่นอนแล้ว ก็ต้องลุ้นว่า เราจะได้เห็น นิวต์ เผชิญหน้ากับเจ้าสัตว์มหัศจรรย์พวกนั้นที่ไหนและยังไงนั่นเอง

3.แม้จะย้อนเวลาไปกว่า 90 ปีก่อนเหตุการณ์ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่หนังจะให้ความรู้สึกทันสมัยมากกว่า
อาจฟังดูแล้วแปลกๆ แต่ สตรว์ท เคร็ก โปรดักชั่นดีไซเนอร์ของเรื่องก็ยืนยันว่า Fantastic Beasts and where to Find Them จะให้ความรู้สึกทันสมัยมากกว่าหนังบรรดาแฟรนไชส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ผ่านมา เนื่องมาจากฉากหลังที่เป็นมหานครที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายนั่นเอง เมื่อย้อนไปดูแล้ว ฉากหลังหลักของหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ส่วนใหญ่นั้น จะถูกเซ็ตให้อยู่ในในปราสาทสก็อตแลนด์ที่มีอายุกว่า 1,100 ปี พร้อมด้วยบรรดาตัวละครที่สวมเสื้อคลุมที่คล้ายกับเสื้อคลุมพระสมัยก่อน เคร็ก เล่าว่า “มันตลกทีเดียวที่หนังภาคก่อน (Fantastic Beasts and where to Find Them) กลับมีฉากหลังที่ดูทันสมัยกว่าหนังที่เกิดทีหลังที่มาในสไตล์ของยุคกลาง”

4. ชุมชนพ่อมดแม่มดอเมริกันในยุค 1926 นั้นจะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
กลายเป็นว่าใน Fantastic Beasts and where to Find Them นั้น เราจะได้เห็นชุมชนของพ่อมดแม่มดอยู่ใต้ดินแทน ซึ่งมันกลายเป็นที่หลบซ่อนของพ่อมดแม่มด ไม่ให้ถูกเหล่ามักเกิ้ลชาวอเมริกัน ซึ่งในที่นี้จะเรียกว่าพวก “No-Maj” (โน-แมจ) ก่อกวนหรือรุมทำร้ายนั่นเอง นอกจากนั้นยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับสภาไต่สวนพ่อมดแม่มดที่เป็นโศกนาฎกรรมชื่อดังทางประวัติศาสตร์ พร้อมกับกลุ่มพ่อมดแม่มดหัวขบถกลุ่มใหม่ที่ต้องการเปิดเผยชุมชนพ่อมดแม่มดด้วย และแทนที่จะเป็นกระทรวงเวทมนตร์เหมือนใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ หนังจะมีสภาเวทมนตร์แห่งสหรัฐอเมริกาแทนนั่นเอง

5. หนังจะมีเนื้อหาที่โตขึ้นกว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคก่อนๆ
เดวิด เยตส์ ผู้กำกับภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ 4 ภาคสุดท้ายเล่าว่า Fantastic Beasts and where to Find Them จะให้ความรู้สึกที่โตขึ้นมากกว่าหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคก่อนๆ เพราะในภาคนี้ไม่มีตัวละครที่เป็นเด็กเป็นตัวนำเลยนั่นเอง

6. เตรียมสัมผัสกับโลกเวทมนตร์ที่จะสานต่อไปอีกหลายภาคได้เลย
Fantastic Beasts and where to Find Them ถูกวางแผนให้สร้างเป็นหนังไตรภาค โดยในภาคแรกนั้น เจ เค โรวลิ่ง ได้ลงมือเขียนบทด้วยตนเอง และอีก 2 ภาคที่เหลือนั้นก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว แม้ในภาคแรกนี้จะยังไม่มีตัวละครจาก แฮร์รี่ พอตเตอร์ ออกมาปรากฏตัว แต่ไม่แน่ว่าในภาคต่อนั้นอาจจะมีตัวละครบางตัวโผล่มาก็ได้ และจากการที่ Fantastic Beasts and where to Find Them มีฉากหลังเป็นช่วงปี 1920 นั้น ทำให้ตัวละครที่อาจโผล่มานั้น น่าจะมีอายุมากเอาเรื่องแล้วด้วย (ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้สัมผัสกับประวัติที่มาของตัวละครที่เราไม่เคยรู้ก็ได้!)

Fantastic Beasts and where to Find Them มีแผนเข้าฉาย 18 พ.ย. 2016

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.majorcineplex.com/

แชร์ 0